ผู้นำเสนองานไม่ควรนำเนื้อหารองทั้งหมดมาใส่ เนื่องจากจะต้องบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ

“อัตราส่วนของเนื้อหาช่วงต้นไม่เกิน 5-10% เนื้อหาช่วงกลาง 70-80% และช่วงจบไม่เกิน 5-10%”      การจัดการเนื้อหา เนื้อหาที่ได้มาจำเป็นต้องมีการจัดลำดับให้เหมาะสม ด้วยการจับกลุ่มประเด็นสำคัญหลักเข้าด้วยกัน ตามด้วยประเด็นสำคัญรอง ยกตัวอย่างเช่น การจัดการเนื้อหาวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผลก็คือ การเรียงตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิด โดยการนำเสนอข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตก่อน จากนั้นก็ตามด้วยข้อมูลในปัจจุบัน และท้ายสุด คือ ข้อมูลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นต้น   “ผู้นำเสนองานไม่ควรนำเนื้อหารองทั้งหมดมาใส่ เนื่องจากจะต้องบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ”      สิ่งสำคัญก็คือ ผู้นำเสนอไม่ควรนำเนื้อหารองทั้งหมดที่มีอยู่มารวมไว้ในเนื้อหาที่จะนำเสนอ เนื่องจากจะต้องมีการบริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม โดยต้องแน่ใจว่าตัวเองมีโอกาสได้นำเสนอหัวข้อสำคัญหลักๆ ทั้งหมด หรือ ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ตามที่ได้วางแผนไว้เบื้องต้น ด้วยเหตุนี้ให้ผู้นำเสนอนำเอามาเฉพาะเนื้อหาที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น ข้อเท็จจริง หรือ กรณีศึกษา เพื่อสนับสนุนประเด็นหลัก อย่าพยายามนำเสนอข้อมูลให้ผู้ฟังมากจนเกินไปโดยการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประเด็นสำคัญรองหรือไม่สำคัญจริงๆ เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกเบื่อเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้นำเสนองานเองก็ไม่มีเวลาพอที่จะเชื่อมต่อกับผู้ฟังอีกด้วย    การเตรียมการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพประกอบไปด้วยระเบียบปฏิบัติที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดตามรายละเอียดซึ่งได้นำเสนอไว้ข้างต้นทั้งหมด นอกจากนี้ผู้นำเสนองานก็ไม่ควรพยายามที่จะพูดหรือนำเสนอข้อมูลทุกอย่างที่คุณอยากจะนำเสนอในระหว่างการถ่ายทอด และถ้าเป็นได้ก็คือให้ผู้นำเสนอปรึกษาผู้ฟัง สอบถามความต้องการ หรือ ร่วมกันเลือกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอก่อนวันนำเสนอจริง และที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องมีการเรียงลำดับเนื้อหาอีกครั้งเพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับตัวเขาและดูสมเหตุสมผลมากที่สุด    การเตรียมเนื้อหาหลัก   …

ความรับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการด้านทรัพยากรมนุษย์เป็นหน้าที่และมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้จัดการไม่ว่าจะทางใดก็ทางหนึ่ง

ถึงแม้ว่าองค์กรแต่ละแห่งอาจจะยังมีนโยบายและระเบียบปฏิบัติงานหลายส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานด้านทรัพยากรมนุษย์โดยตรงยกตัวอย่างเช่น งานด้านดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงงาน (Facilities) งานด้านคลังสินค้างานด้านการขายและการตลาด ฯลฯ งานเหล่านี้ก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรในภาพรวมทั้งสิ้นในขณะเดียวกันถึงแม้ว่าธุรกิจแต่ละประเภทอาจมีขนาดและความจำเป็นในการจัดทำระเบียบปฏิบัติงานที่ไม่เท่ากัน แต่ธุรกิจทุกประเภทย่อมมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานด้านทรัพยากรมนุษย์ที่คล้ายคลึงและจำแนกออกมาได้เหมือนๆ กันตามกิจกรรมดังต่อไปนี้ กระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (HRM Process) กระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (HRM) เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ที่จำเป็นมากมายเพื่อจัดการกับกำลังพลขององค์กร รวมทั้งการรักษาไว้ซึ่งผลการปฏิบัติงานระดับสูงของพนักงานตามที่ได้แสดงไว้ในแผนผังเรื่องกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ กระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (HRM Process) ที่มา: Stephen P. Robbins & Mary Coulter, Management, 5ed, PHI, New Delhi, 1996, p.375)           กระบวนการ HRM ประกอบด้วย 8 ขั้นตอนหรือกิจกรรมทั้งหมด 8 เรื่อง ในขณะเดียวกันหากองค์กรใดก็ตามที่สามารถดำเนินงานได้เหมาะสมตามขั้นตอนเหล่านี้ทั้งหมด องค์กรนั้นก็จะเต็มไปด้วยพนักงานที่มีความสามารถ มีผลงานอยู่ในระดับสูง และเป็นบุคลากรซึ่งสามารถรักษาระดับผลงานของตัวเองให้อยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยมได้ในระยะยาวต่อไป           ในขณะที่ขั้นตอน …

การขายที่ประสบความสำเร็จต้องทำเป็นขั้นตอน

เนื่องจากการขายเป็นกระบวนอย่างหนึ่ง นั่นหมายความว่าการขายจะต้องทำเป็นขั้นเป็นตอนอย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากขั้นตอนแต่ละขั้นตอนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันทั้งหมด และที่สำคัญก็คือหากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งล้มเหลวก็จะส่งผลให้ขั้นตอนอื่นๆ ล้มเหลวไปด้วยจนทำให้ต้องกลับมาเริ่มต้นที่ขั้นตอนซึ่งเกิดความล้มเหลวใหม่อีกครั้ง   “ขั้นตอนการขายทุกขั้นตอนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันทั้งหมด หากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งล้มเหลวก็จะส่งผลให้ขั้นตอนอื่นๆ ล้มเหลวไปด้วย”   โดยปรกติแล้วกระบวนการหรือขั้นตอนการขายจะประกอบไปด้วยขั้นตอนหลักๆ 6-7 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ โดยขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและสินค้าที่นำเสนอขายเป็นหลัก   การเปิดใจลูกค้า หรือ อาจเรียกว่าขั้นตอนการทำลายกำแพงระหว่างพนักงานกับลูกค้าด้วยการสร้างความประทับใจครั้งแรกและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า การค้นหาความต้องการลูกค้าหรือการประเมินผู้มุ่งหวัง การนำเสนอสินค้าหรือบริหาร หรือ นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า การตอบข้อโต้แย้ง การเจรจาต่อรอง และการปิดการขาย การนำเสนอสินค้าหรือบริการอื่นๆ เพิ่มเติม (ขั้นตอนนี้มักจะมีเฉพาะในธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการมากกว่า 1 ประเภท) การนำเสนอการบริการหลังการขาย (After Merchandising Service, AMS) การสิ้นสุดการขาย หรือ การสรุปทบทวนสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับทั้งหมด อย่างไรก็ตามการขายในเชิงที่ปรึกษาอาจมีขั้นตอนที่แตกต่างจากขั้นตอนการขายทั่วๆ ไปบ้างเล็กน้อยซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้   ระบุเป้าหมายให้ชัดเจน โดยจะต้องเน้นที่การแก้ปัญหาเป็นหลัก สร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น โดยการวางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์ และผู้ให้คำแนะนำ ศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องความต้องการของลูกค้าโดยการค้นคว้าหาข้อมูล การฟัง และการตั้งคำถาม นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา โดยการอธิบายขยายความ การทำให้ลูกค้ามองเห็นภาพ รวมทั้งการสาธิตสินค้าหรือบริการ สร้างพันธสัญญาให้เกิดขึ้น …

สิ่งแวดล้อม และความท้าทายสำหรับงานขายในยุคดิจิทัล

คำถามมีอยู่ว่ามีใครบ้างที่ทราบว่าเจ้าพ่อแบรนด์เนมอย่าง Netflix รวมทั้ง แอมมะซอน (Amazon) และแอปเปิ้ล (Apple) มีอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน คำตอบก็คือถึงแม้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสามจะทำธุรกิจผ่านระบบดิจิทัลเป็นหลัก องค์กรเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถหลีกหนีจากแรงเสียดทานหรือความยุ่งยากซึ่งถูกสร้างขึ้นจากโลกของดิจิทัลได้  เมื่อองค์กรส่วนใหญ่ต้องปรับตัวเองเข้าสู่กระบวนการลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งต้องมีการลดต้นทุนผ่านวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน การใช้ประโยชน์สูงสุดและการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าก็จะยิ่งได้ประโยชน์และสามาถลดความเสี่ยง รวมทั้งต้นทุนประเภทต่างๆ ซึ่งเกิดจากการทำธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้การรู้ว่าองค์กรมีสิ่งจำเป็นอะไรบ้างที่จะต้องพัฒนาเพื่อสร้างเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับงานขายในยุคดิจิทัลจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการเติบโตขององค์กรไม่ว่าองค์กรนั้นจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ตาม “การเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าทำให้องค์กรได้ประโยชน์และสามารถลดความเสี่ยงซึ่งเกิดจากการทำธุรกิจในยุคนี้ได้” คำถามต่อมาก็คือแล้วทำไมยังมีบริษัทและนักขายเป็นจำนวนมากซึ่งประสบกับความยุ่งยากในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นส่วนใหญ่ก็คือบริษัทและคนเหล่านี้มัวแต่ใช้วิธีการแบบเดิมๆ รวมทั้งกระบวนการขายซึ่งสืบทอดต่อๆ กันมาช้านาน และถ้าหากบริษัทเหล่านี้ยิ่งไม่ได้ก่อตั้งในยุคดิจิทัลแล้ว ความยุ่งยากในการลบล้างประเพณีนิยมแบบเก่าๆ เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานและกระบวนการขายในทางที่สร้างสรรค์และก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ก็ยิ่งมีความยุ่งยากมากขึ้นไปอีก “องค์กรควรใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อวิเคราะห์ผลการทำงานของทีม การบริหารจัดการ Big data และการเพิ่มพูนศักยภาพให้ทีมขาย” นอกจากนี้การปรับตัวเพื่อให้เข้ากับยุคดิจิทัลผ่านการกระตุ้นให้เกิดการแปรรูปองค์กรไปสู่การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายก็ยังนับว่าเป็นงานที่ค่อนข้างมีความสลับซับซ้อนและยุ่งยากอีกด้วย โดยงานในส่วนนี้ครอบคลุมไปถึงเรื่องการวิเคราะห์ผลการทำงานของทีมขาย ความกล้าที่จะวิจารณ์ผลงานของทีม การหาสมาชิกใหม่ๆ ที่มีความสามารถเข้ามาทดแทนตำแหน่งว่าง การบริหารจัดการข้อมูลดิบขนาดใหญ่ (Big data) ที่มีอยู่อย่างมหาศาลให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งการฝึกอบรมทีมขายทั้งแบบภายใน (Onsite) หรือ แบบออนไลน์ (Online) เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพและความรู้เรื่องการขายให้ทีมงาน เป็นต้น ถึงแม้ว่ารูปแบบของการเปลี่ยนแปลงบางอย่างซึ่งเข้ามาทดแทนการทำงานแบบดั้งเดิมโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรไม่จำเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้องกับแผนกไอทีของบริษัททั้งหมด การสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นเพื่อลบล้างระบบเก่าๆ โดยเฉพาะระบบการบริหารจัดการทีมขายก็ยังช่วยสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้รูปแบบของการเปลี่ยนแปลงในมุมมองซึ่งเกี่ยวของกับการขายและการตลาดประกอบด้วยเรื่องหลักๆ ดังต่อไปนี้ ความรุนแรงของการแข่งขัน …

5 วัตถุประสงค์ของการนำเสนองาน

5 วัตถุประสงค์ของการนำเสนองาน 1. การนำเสนองานเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ 2. การนำเสนอเพื่อแจ้งข้อมุลให้ทราบ 3. การนำเสนอเพื่อโน้มน้าวหรือจูงใจ 4. การนำเสนอเพื่อการอภิปรายหรือหาข้อสรุปร่วมกัน 5. การนำเสนอเพื่อสร้างความบันเทิง   1.การนำเสนอเพื่อสร้างขัญกำลังใจ การนำเสนอประเภทนี้จะใช้ได้ดีที่สุดในขณะที่ผู้ฟังกำลังขาดกำลังใจเนื่องจากอาจกำลังเจอกับการเปลี่ยนแปลง ปัญหา หรือ อุปสรรคบางอย่าง กำลังมองโลกในแง่ร้าย หรือ ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เพราะฉะนั้นหน้าที่ของผู้นำเสนอก็คือ การสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ฟัง โดยวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการนำเสนอประเภทนี้ก็คือ การแสดงการรับรู้ความรู้สึกท้อแท้ของผู้ฟัง การแสดงความเห็นอกเห็นใจ หรือ การแสดงให้ผู้ฟังเห็นว่าคุณเป็นพวกเดียวกันกับเขา จากนั้นจึงมีการสื่อสารหรือนำเสนอเรื่องดี ๆ หรือ เรื่องราวต่างๆ ในเชิงบวกซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต ในขณะเดียวกันก็ควรมีการพัฒนาระดับความหวังของผู้ฟังให้สูงขึ้นควบคู่กันไปด้วย 2. การนำเสนอเพื่อแจ้งข้อมูลให้ทราบการนำเสนอประเภทนี้เหมาะสำหรับการชี้แจงความเป้นจริงหรือข้อเท็จจริงให้ผู้ฟังได้รับทราบ โดยผู้นำเสนอจะต้องมีการจัดลำดับข้อมูล หรือ เรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดให้ชัดเจนติดตามง่าย และที่สำคัญก็คือจะต้องมีการสรุป ทบทวน ถามและตอบคำถามผู้ฟังเพื่อตรวจสอบความเข้าใจเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้การเสนอในรูปแบบของการแจ้งข้อมูลให้ทราบมักจะอยู่ในรูปของการรายงานความคืบหน้าของการทำงาน ความคืบหน้าของโครงการประกาศ การแจ้งข่าวสาร หรือ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร เป็นต้น 3. การนำเสนอเพื่อโน้มน้าวหรือจูงใจ ผู้นำเสนองานจะใช้การนำเสนอประเภทนี้เมื่อต้องการเปลี่ยนความคิด หรือ …

เทคนิคการสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ฟัง

เทคนิคการสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ฟัง 1. สร้างบรรยากาศการนำเสนอแบบผ่อนคลาย2. สังเกตพฤติกรรมคนฟัง3. สอบถามคำถามเป็นระยะๆ4. ปล่อยให้คนฟังส่วนใหญ่ได้แสดงความคิดเห็น5. ไม่แย้ง ไม่ขัด ไม่แสดงความคิดเห็นในเชิงลบ (แต่สร้างสรรค์ และชื่นชม)6. ไม่นำเสนอ ในลักษณะทางเดียว (one-way)7. มีช่วง ถาม-ตอบ (Q&A)

เทคนิคการทำสไลด์

เทคนิคการทำสไลด์ S : simple – เรียบง่าย (เข้าใจง่าย)L : look – ปริมาณน้อย (ใช้การขยายความ)I : interesting – น่าสนใจ รูปแบบสวยD : droning-don’t – เน้นคำ เน้นเสียงE : engaging – สร้างการมีส่วนร่วม

3 กุญแจหลัก เพื่อพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำเสนองานที่ประสบความสำเร็จ

3 กุญแจหลัก เพื่อพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำเสนองานที่ประสบความสำเร็จ 1. มีความมั่นใจมีความรู้ในเรื่องที่นำเสนอ มีการคาดเดาคำถามจากผู้ฟังตอบคำถามได้ชัดเจน ใช้สื่อประกอบการนำเสนอได้อย่างคล่องแคล่ว (แต่อย่าใช้สื่อมากเกินไป)2. สร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ฟังโต้ตอบ สอบถาม สังเกตผู้ฟัง ให้ผู้ฟังได้แชร์ ตอบคำถาม หรือ แสดงความคิดเห็น (ทุกๆ 7-10 นาที ถึงแม้ผู้ฟังจะตอบรับหรือไม่ก็ตาม3. ใช้ภาษากาย มีการสบตากับผู้ฟังเป็นกลุ่มๆ เพื่อเชื่อมต่อใช้โทนเสียงสูง-ต่ำ มีการเน้นคำพูด หน้าตายิ้มแย้ม ใช้มือประกอบการนำเสนอ (แต่ต่องไม่ออกท่าทางมากเกินไป)

Coperate Profile

The Bridge Co.,Ltd. บริษัท เดอะ บริดจ์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นสู่ปีที่ 15 พร้อมกับผู้ใช้บริการมากกว่า 700 องค์กร ภายใต้แนวคิดที่ว่า “เราคือผู้สร้างสะพานไปสู่ความสำเร็จ” “Bridging the Success” เนื่องจากพัฒนาบุคลากรมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบัน การฝึกอบรมคือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปใช้ได้จริงสำหรับการเสริมสร้างพลัง และดึงเอาศักยภาพที่แท้จริงของบุคลากรออกมาใช้ ยิ่งไปกว่านั้น ความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการโปรแกรมฝึกอบรมให้มีประสิทธิภาพยังจะส่งผลต่อการประหยัดต้นทุนได้อย่างมหาศาลอีกด้วย นอกจากนี้พนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดียังเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอีกด้วย การวิจัยและการศึกษาเป็นจำนวนมาก ชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่ทำงานได้ผลิตภาพระดับสูงและเกิดประสิทธิผลคือ บุลคลที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างเข้มข้น คนเหล่านี้คือครีมขององค์กร และมักส่งผลต่อความเป็นอยู่ขององค์กรในอนาคตได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามการฝึกอบรมจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการด้วยวิธีการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเท่านั้น โปรไฟล์และวิธีถ่ายทอดของวิทยากร ลำดับแรก โปรไฟล์ของวิทยากรนับเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับบริษัทฯ เช่น ประวัติการศึกษา และ ประสบการณ์ทำงานจะต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือวิะีการถ่ายทอดของบุคคลเหล่านี้ เนื่องจากทางบริษัทฯ เชื่อว่าไม่ว่าวิทยกรจะมีประวัติสวยหรูแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถถ่ายทอดให้ผู้เรียนเข้าใจได้ และเกิดประสิทธิภาพแล้ว ผู้เรียนก็จะเดินจากห้องฝึกอบรมไปโดยปราศจากความชัดเจน และไม่สามารถนำความรู้ออกไปใช้ได้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมวิทยากรทุกคนของบริษัทฯ จึงจะต้องได้รับการคัดเลือกมาเป็นอย่างดีโดยพิจราราจาก”ผลประเมิน” ของลูกค้าหรือผู้เรียนเป็นหลัก   กำหนดการที่เป็นลิขสิทธิ์ (Copyright)และสามารถปรับเปลี่ยน (Customized Agenda) และเอกสารประกอบ (Meterial) ที่แตกต่าง …